5 วิธีเอาชนะความกลัว แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่

เคยมั๊ยครับ ต้องการจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่กล้าทำ ไม่กล้าตัดสินใจ
อยากจะเปลี่ยนชีวิต แต่มักจะคิดหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ เพื่อให้ตัวเองสบายใจ
ผมก็เป็นครับ ทุกวันนี้ก็เป็นอยู่ แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน เดี๋ยวจะมาแนะนำวิธีที่ผมใช้ เอาชนะความกลัวกันครับ

สาเหตุ
1. ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
คนเราทุกคนมีส่วนดี ส่วนเสียในตัวเอง ลองมาหาทักษะที่เป็นจุดเด่นของเรา ถ้าไม่มีฝึกให้มันมีขึ้นมา แล้วจับจุดตรงนั้นไว้ เพราะคนเราถ้าเชี่ยวชาญ ชำนาญ อะไรสักอย่าง มันจะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาเรียกคนมีของ แต่พอเราเก่งแล้ว สิ่งที่ต้องมาคู่กันคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน

2. ขาดสติ : ใจชอบคิดแต่อดีต และ กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
คนขี้กลัว ขี้กังวล สังเกตตัวเองว่าวันๆ ความคิดส่งออกไปหาเรื่องราวในอดีต คิดถึงไปแต่เรื่องในอนาคต ถ้าเป็นเรื่องราวที่ดี ก็ดีไป แต่ส่วนใหญ่ จิตใจคนเรามักพาไปลงที่ต่ำ ดำดิ่งไปกับความคิดทางด้านลบ

คนเราถ้าฝึกฝนอะไรทำซ้ำๆ ไปนานๆมันก็จะกลายเป็นความชำนาญ การคิดกังวล คิดกลัว ก็เป็นเช่นเดียวกัน เราทำจนเป็นนิสัย กลายเป็นความชำนาญในด้านลบ

วิธีแก้คือ ฝึกสติครับ มีสติรู้ตัวตลอดเวลา เผลอใจเมื่อไหร่ก็รู้ แล้วเอาจิตกลับมาอยู่ที่ตัวเรา นั่งอยู่ เดินอยู่ ทำงานอยู่ก็ให้รู้ เป้าหมายคือ ให้รู้ตัวเสมอๆ ความเครียด ความวิตกกังวล จะค่อยๆคลายตัวไป ใครศรัทธาคำสอน ของหลวงพ่อองค์ไหน เปิดยูทูปแล้วทำตามเลย

3. โทษคนอื่น
ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Homestay มาครับ เป็นหนังไทยที่ดีมาก จุดพีคคือ เชอปรางโดนจูบ อ้าวไม่เกี่ยว คือ จุดพีคของเรื่องคือ ยมทูตถามตัวเอกว่า ที่ตัวเองฆ่าตัวตายเพราะอะไร ตัวเอกของเรื่อง โทษคนอื่นหมดเลยครับ ซึ่ง ก็เป็นคำตอบที่ผิด

ตอนจบของเรื่อง ใครยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้กดหยุดไว้ก่อนนะครับ นี่คือการสปอย ตอนจบของเรื่อง คนที่เป็นต้นเหตุให้ตัวเอกของเรื่องฆ่าตัวตาย ก็คือตัวเองนั่นเอง

เป็นเรื่องปกติที่คนเรามักโทษคนอื่น มากกว่าโทษตัวเอง มันสบายใจดี โยนเรื่องไม่ดีให้คนอื่นก็จบ

วิธีแก้คือ ให้หาความผิดของตัวเอง แก้ที่ตัวเองก่อน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า อัตตนา โจทยัตตานังให้กล่าวโทษโจทย์ความผิดของตัวเองไว้เสมอๆ ว่าเรายังไม่ดีพอ ก่อนจะโทษสิ่งรอบๆตัว ให้มองกลับมาที่ตัวเองก่อนว่าเพราะอะไรถึงทำให้ตัวเองมาอยู่ในจุดนี้

เปลี่ยนคนอื่น เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ทำได้ยาก แต่เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนความคิดตัวเอง ง่ายกว่า ทำทันที

4. ชอบเปรียบเทียบ
ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ตั้งแต่เด็กจนโต เรามักจะถูกเปรียบเทียบ และตัวเราเองก็เลยชอบไปเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วย ขนาดในครอบครัวก็ยังเป็น เช่น ลูกบ้านโน้นดีกว่า ตอนจบใหม่ๆ ก็คนโน้นเงินเดือนเยอะกว่า พอมาขายของออนไลน์ คนนั้น ดีกว่า เก่งกว่า

ถ้าเห็นคนที่ดีกว่าเก่งกว่า แล้วเป็นแรงบันดาลใจมันก็โอเค แต่ถ้าเราเห็นคนอื่นแล้วดีกว่า แล้วทำให้เราท้อ อิจฉา พยายามหาข้ออ้างว่า เขาทำได้เพราะ… แบบนี้ผิด

ถ้าเราไม่หยุดเปรียบเทียบ เราก็จะไม่พบกับความสุข เพราะใจเราจะเร่าร้อน อยากได้ อยากมี อยากเป็น ไม่มีที่สิ้นสุด

วิธีแก้คือ
– พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ชื่นชมในความสำเร็จของตัวเอง มีความสุขในเส้นทางของตัวเองเดินอยู่
– ยินดีกับความสุขของคนอื่น คนอื่นทำสิ่งดีๆ หรือ ประสบความสำเร็จ เราก็พลอยยินดีด้วย

การที่เราพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าให้เราขี้เกียจ มีหลายคนสับสนเรื่องของ ความพอเพียง ว่าจะต้องจน จะต้องสมถะ ความพอของแต่ละคนไม่เท่ากัน เอาไปเทียบกันไม่ได้

ประเด็นคือ ให้เลิกเปรียบเทียบ แล้วให้ตั้งใจ ทำงานของตัวเองให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งก็ต้องใช้หลักธรรมที่เรียกว่า อิทธิบาท 4 ประกอบ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

5. ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
เรือถ้าไม่มีหางเสือ ก็ไม่รู้จะมุ่งหน้าไปทางไหน ลอยไปลอยมา รอคลื่นทะเลซัดคว่ำจมน้ำไป แต่ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิต เรารู้ว่าเรากำลังจะไปไหน และจะไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร เราจะใช้พลังทั้งหมดของเราในการมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมาย

ก่อนอายุ 30 ผมเป็นคนไม่มีศาสนา ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ พอได้มาศึกษาและปฏิบัติธรรมมะทำให้ผมมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เวลาเจอปัญหาและอุปสรรค ผมเองก็จะไม่กลัว เพราะมันเป็นเรื่องของ กฎแห่งกรรม

มันไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ หรือ ไสยศาสตร์อะไร

แต่เป็นเหตุ เป็นผล เพราะมีสิ่งนั้นจึงมีสิ่งนี้ ทำอดีตไว้ดี สิ่งดีๆส่งผลถึงปัจจุบัน ทำปัจจุบันไว้ดี อนาคตย่อมดี สิ่งที่แย่ๆที่เกิดในปัจจุบัน เหตุเกิดการกระทำในอดีต เราแก้ไม่ได้ ยอมรับและอยู่กับมัน ทำปัจจุบันให้ดีแล้วอนาคตก็จะดีตาม

สิ่งต่างๆในโลกอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน คือ กฏของไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ควรยึดถือว่ามันเป็นตัวเป็นตน ถ้าไม่ยึด เราก็ไม่เกาะ เราก็จะเหมือนอยู่ในโลก แต่ใจเราอยู่เหนือโลก

นี่คือ สิ่งที่ผมใช้เปลี่ยนชีวิตของผมเอง จากคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง จากคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีดี ไม่มีความสามารถอะไร แค่เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทิศทางเดิน ชีวิตก็เปลี่ยนไป เพื่อนๆคนไหนที่มีความกลัว ลองเอาไปทดลองใช้ดูนะครับ